วันที่ 10 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 48 รูป ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ระหว่างวันที่ 8 - 22 สิงหาคม 2569)
พิธีในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งการส่งเสริมกองทุนแม่ของแผ่นดิน และการอำนวยความยุติธรรมในคดียาเสพติด
ในช่วงเช้า ประกอบพิธีสำคัญ โดยได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิรเมธี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีขลิบผม ร่วมกับ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
จากนั้นในช่วงบ่าย พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบผ้าไตรและพิธีบรรพชา ทั้งนี้ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี ซึ่งภายในงาน ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 48 วินาที ก่อนเข้าสู่พิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ โดยมี พระธรรมวชิรเมธี เป็นพระอุปัชฌาย์ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 48 รูป ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ บุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ส. บุคลากรหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานภาคี
ในการนี้ นายมานพ แสงโสทร ผอ.ปปส.ภ.3 พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธีรพันธ์ นาคปานเอี่ยม ผอ.บก. และ นางสาวพิชญากร เนื่องชมภู ผอ.ยอ.ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังมีข้าราชการและบุคลากรจากสำนักงาน ปปส. ภาค 3 ร่วมบรรพชาในโครงการนี้จำนวน 4 รูป
โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะพระกรณียกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกองทุนแม่ของแผ่นดิน การพัฒนาทางเลือกผ่านโครงการร้อยใจรักษ์ การอำนวยความยุติธรรมในคดียาเสพติด และการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตลอดระยะเวลา 15 วัน น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติราชการ อันเป็นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการทำความดี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรและสังคมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมต่อไป